อาร์เอ็มเอส คลินิก

รับบัตรเครดิต
ดูรูปภาพทั้งหมด
เพิ่มเป็นรายการชื่นชอบ
เราคือผู้ให้บริการด้านเวชศาสตร์ ในการฟื้นฟูและดูแลสุขภาพรวมไปถึงด้านความสวยความงาม ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยแบบยั่งยืน เราเชี่ยวชาญในการแพทย์แบบผสมผสาน ซึ่งอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุด โดยใช้การรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน ผสมผสาน กับเทคโนโลยีชีวภาพจากสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งเน้นการรักษาที่ตรงสาเหตุการเกิดโรค มากกว่ารักษาตามอาการ
หัวใจหลักของการรักษาคือ เน้นเรื่องการกระตุ้น ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการรักษาตัวเอง ซ่อมแซมส่วนที่เสื่อมโทรม อันเนื่องมาจากวัย และ การเจ็บป่วยต่าง ๆ เราเชื่อว่า การรักษาแบบผสมผสานนี้ เป็นหนทางทีดีที่สุด ที่เรายินดีมอบให้กับผู้รับบริการทุกท่าน
อ่านต่อ
บริการ เรียงลำดับ โดย ชื่อ ราคา ซ่อนรายละเอียด
  • เวชสำอางค์ 4 หาราคาที่ถูกกว่านี้ 28000 THB
  • Botox Therapy (Korea) BOTULAX 100 Units 1 ชม.
    Botox คืออะไร?
    Botox เป็น โบทูลินั่มทอกซินบริสุทธิ์ ใช้เพื่อลดริ้วร้อยเล็กๆ และริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า Botox ใช้ลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ตีนกา และรอยขมวดคิ้วได้เป็นอย่างดี Botox ใช้ในการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามทำให้ใบหน้าเล็กลง และใช้ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ได้ด้วย
    Botox ลดริ้วรอยได้อย่างไร?
    Botox ลดริ้วรอยได้โดยการฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องการลดริ้วรอย ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเนื่องจาก โบทูลินั่มทอกซิน เป็นสารยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อทำงานลดลงจึงเห็นริ้วรอยลดลง
    Botox ลดเหงื่อใต้วงแขนได้อย่างไร?
    Botox ลดการผลิตเหงื่อได้โดยการยับยังการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ Sympathetic ที่ควบคุมต่อมเหงื่อ ทำให้การผลิตเหงื่อลดลง
    Botox ทำให้ใบหน้าเล็กลงได้อย่างไร?
    Botox จะออกฤทธิ์ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณกราม ทำให้ขนาดของกล้ามเนื้อลดลง จึงทำให้ใบหน้าเล็กลง
    เมื่อไรจึงจะเห็นผล และผลการรักษาด้วย Botox อยู่ได้นานแค่ไหน?
    หลัง ฉีด Botox ไปประมาณ 2 สัปดาห์จะเริ่มเห็นได้ว่าริ้วรอยลดลง ปริมาณเหงื่อลดลง และกล้ามเนื้อกรามลดขนาดลงจนเห็นได้ว่าใบหน้าเรียวขึ้นหลังฉีดไปประมาณ 4 สัปดาห์ ผลการรักษาด้วย Botox อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
    ผลข้างเคียงจากการฉีด Botox?
    ผล ข้างเคียงจากการฉีด Botox อาจพบได้ เช่น หนังตาตก เห็นภาพซ้อน แต่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ ใน 1-3 เดือน แต่ผลข้างเคียงเหล่านี้พบได้น้อยมาก
    ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด Botox ?
    • ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ
    • ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin
    • ผู้ที่มีประวัติแพ้ botulinum toxin
    • หญิงมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
    ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนการฉีด Botox?
    ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ หรือ แอสไพริน ก่อนการฉีด Botox 1 สัปดาห์
    หลังการฉีด Botox ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
    • หลังฉีด Botox ห้ามนอนราบ 4 ชั่วโมง
    • ห้ามนวดบริเวณที่ฉีด Botox เพราะอาจทำให้ยากระจายตัวไปที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาได้ ในสัปดาห์แรกที่ฉีด botox
    • ขยับกล้ามเนื้อที่ฉีด Botox ทุก 15 นาที ใน ชั่วโมงแรกหลังฉีด Botox จะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาดียิ่งขึ้น
    จะฉีด Botox ในครั้งต่อไปได้เมื่อไร ?
    การ ฉีด Botox สามารถฉีดเพิ่มได้เมื่อ 2 สัปดาห์ผ่านไปแล้วผลการรักษาไม่เป็นที่พอใจของผู้รับการรักษาและแพทย์มีความ เห็นตรงกัน โดยทั่วไปแล้วจะทำการรักษาครั้งต่อไปเมื่อ Botox หมดฤทธิ์คือประมาณ 4-6 เดือน
    15000 THB จองเลย
  • BOTOX THERAPY (USA) ALLERGAN 100 Units 1 ชม.
    Botox คืออะไร?
    Botox เป็น โบทูลินั่มทอกซินบริสุทธิ์ ใช้เพื่อลดริ้วร้อยเล็กๆ และริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า Botox ใช้ลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ตีนกา และรอยขมวดคิ้วได้เป็นอย่างดี Botox ใช้ในการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามทำให้ใบหน้าเล็กลง และใช้ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ได้ด้วย
    Botox ลดริ้วรอยได้อย่างไร?
    Botox ลดริ้วรอยได้โดยการฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องการลดริ้วรอย ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเนื่องจาก โบทูลินั่มทอกซิน เป็นสารยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อทำงานลดลงจึงเห็นริ้วรอยลดลง
    Botox ลดเหงื่อใต้วงแขนได้อย่างไร?
    Botox ลดการผลิตเหงื่อได้โดยการยับยังการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ Sympathetic ที่ควบคุมต่อมเหงื่อ ทำให้การผลิตเหงื่อลดลง
    Botox ทำให้ใบหน้าเล็กลงได้อย่างไร?
    Botox จะออกฤทธิ์ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณกราม ทำให้ขนาดของกล้ามเนื้อลดลง จึงทำให้ใบหน้าเล็กลง
    เมื่อไรจึงจะเห็นผล และผลการรักษาด้วย Botox อยู่ได้นานแค่ไหน?
    หลัง ฉีด Botox ไปประมาณ 2 สัปดาห์จะเริ่มเห็นได้ว่าริ้วรอยลดลง ปริมาณเหงื่อลดลง และกล้ามเนื้อกรามลดขนาดลงจนเห็นได้ว่าใบหน้าเรียวขึ้นหลังฉีดไปประมาณ 4 สัปดาห์ ผลการรักษาด้วย Botox อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
    ผลข้างเคียงจากการฉีด Botox?
    ผล ข้างเคียงจากการฉีด Botox อาจพบได้ เช่น หนังตาตก เห็นภาพซ้อน แต่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ ใน 1-3 เดือน แต่ผลข้างเคียงเหล่านี้พบได้น้อยมาก
    ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด Botox ?
    • ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ
    • ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin
    • ผู้ที่มีประวัติแพ้ botulinum toxin
    • หญิงมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
    ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนการฉีด Botox?
    ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ หรือ แอสไพริน ก่อนการฉีด Botox 1 สัปดาห์
    หลังการฉีด Botox ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
    • หลังฉีด Botox ห้ามนอนราบ 4 ชั่วโมง
    • ห้ามนวดบริเวณที่ฉีด Botox เพราะอาจทำให้ยากระจายตัวไปที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาได้ ในสัปดาห์แรกที่ฉีด botox
    • ขยับกล้ามเนื้อที่ฉีด Botox ทุก 15 นาที ใน ชั่วโมงแรกหลังฉีด Botox จะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาดียิ่งขึ้น
    จะฉีด Botox ในครั้งต่อไปได้เมื่อไร ?
    การ ฉีด Botox สามารถฉีดเพิ่มได้เมื่อ 2 สัปดาห์ผ่านไปแล้วผลการรักษาไม่เป็นที่พอใจของผู้รับการรักษาและแพทย์มีความ เห็นตรงกัน โดยทั่วไปแล้วจะทำการรักษาครั้งต่อไปเมื่อ Botox หมดฤทธิ์คือประมาณ 4-6 เดือน
    20000 THB จองเลย
  • FILLER (JUVEDERM) Juvederm 1 ชม. 30 นาที
    ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็ม ในกลุ่มไฮยาลูโรนิก แอซิด ซึ่งมีคุณสมบัติในการเติมเต็มริ้วรอย และร่องลึกให้ตื้นขึ้น (Lifting Capacity) รวมถึงการเพิ่มปริมาตรเนื้อเยื่อ เหมาะสำหรับเติมร่องลึก บริเวณร่องแก้ม ใต้ตา ระหว่างคิ้ว เสริมจมูกและคางโดยไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลทันที
    คุณสมบัติพิเศษอีกข้อหนึ่งคือสามารถดึงน้ำและอุ้มน้ำไว้รอบๆตัว จึงเสมือนมีขนาดโมเลกุลเพิ่มขึ้น และช่วยให้อยู่ในร่างกายได้นานขึ้น ( Isovolemic Degradation)
    สาร Hyaluronic acid นี้มีความคงตัวและมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ ( Non – Animal Stabilized Hyaluronic Acid ) และผ่านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางโมเลกุลน้อยที่สุด จึงใกล้เคียงกับสารไฮยาลูโรนิค แอซิด ตามธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองในผิวของ
    คนอย่างแน่นอน

    ปัจจุบัน สารเติมเต็มที่ปลอดภัยที่ทางคลินิกเลือกใช้นั้น ได้รับ FDA จากสหรัฐอเมริกาและได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าจากองค์การอาหารและยาของไทยเรียบ ร้อยแล้ว อันได้แก่ Juvederm Ultraplus XC USA ฟิลเลอร์ที่มียาชาผสมในตัว ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะฉีด, Restylane Sweden และ Esthelis Switzerland ตัวยาสามารถคงอยู่ใต้ผิวได้ประมาณ 1 ปี - 1 ปี ครึ่ง จึงสลายไปหมดตามธรรมชาติ
    ปริมาณยาที่ใช้ในการฉีดจะแตกต่างกันไป ขึ้นกับปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าของแต่ละคน เช่น ร่องแก้มลึก ข้างละ 0.5-1 cc , ร่องใต้ตาข้างละ 0.1-0.2 cc, ริมฝีปากบนและล่าง 0.5-1cc, เสริมจมูก 1-2 cc, เสริมคาง 1-2cc เป็นต้น
    ประโยชน์ของ Filler ที่นำมาใช้รักษาผิวพรรณและความงาม เติมริ้วรอยร่องแก้ม ( Naso-labial furrows )
    เติมแก้มตอบ ( Cheek Enhancement )
    เสริมจมูกและคาง ( Nose and Chin Augmentation )
    เติมริมฝีปากให้อวบอิ่ม ( Lip volume enhancement )
    เติมร่องจากการขมวดคิ้ว (Glabellar Frown Lines)
    เติมหลุมแผลเป็น ( Correction of facial depressions )
    ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด



    ขั้นตอนในการรักษา
    1.Facial Design โดยแพทย์วิเคราะโครงสร้างของผิวและปัญหาที่คนไข้กังวล เพื่อประเมินปริมาณยาที่จำเป็นต้องใช้ในการรักษา การรักษาครั้งหนึ่งๆ สามารถฉีดพร้อมกันได้หลายบริเวณอย่างปลอดภัย
    2. ทำความสะอาดบริเวณผิวที่ต้องการรักษา และทายาชา 40 นาที อาจฉีดยาชา nerve block เพิ่มได้ในบางตำแหน่ง
    3. ทำการรักษา โดยปกติ ใช้เวลา 10 นาที
    4. หลังการรักษา จะมีรอยแดงจากเข็มเพียงเล็กน้อย ริ้วรอยจะเต็มขึ้นทันทีหลังจากฉีด แพทย์จะทำการนวดคลึงให้ฟิลเลอร์ประมาณ 3-5 นาที เพื่อให้แลดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

    5. ควรดื่มน้ำวันละ 8 – 16 แก้ว เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำ ช่วยให้ฟิลเลอร์ขยายปริมาตรเพิ่มขึ้น
    6. สามารถใช้ผ้าเย็นประคบบริเวณที่ฉีดได้
    7. เมื่อบริเวณที่ทำการฉีดเป็นก้อน สามารถใช้นิ้วที่สะอาดนวดคลึงเบาๆได้
    8. หลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA และ Vitamin A ควรงดการนวดหน้า การกรอผิว และ การทำเลเซอร์ทุกชนิด ในช่วง 10 – 14 วันหลังการฉีด
    9. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ การออกกำลังกายหนักๆ การสัมผัสความร้อนจัด เช่น ซาวน์น่า อย่างน้อย 10 – 14 วัน
    20000 THB จองเลย
  • PRP (Platelet-Rich Plasma) PRP (Platelet-Rich Plasma) 2 ชั่วโมง
    PRP (Platelet-Rich Plasma)
    เป็นเทคนิคทางการแพทย์ใหม่ที่นำเลือดของคนไข้มาใช้แก้ปัญหาทางด้านผิวพรรณความงาม เทคนิคการรักษาแบบนี้ได้ถูกนำมาใช้ในทางทันตกรรม และการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูก เพราะความสะดวกในการรักษาและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยในเกร็ดเลือดมีสารตัวหนึ่งที่ เรียกว่า
    Growth Factor เป็นสารกระตุ้นให้เกิดการเติบโตเร็วกว่าปกติ เซลล์ที่ว่านี้ ก็คือ เซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้าง Collagen ให้ใบหน้าดูอ่อนวัยและผิวดูกระจ่างใสขึ้น

    วิธีการทำ PRP ให้หน้ากระจ่างใส ทำอย่างไร

    ทำการเจาะเลือดจากข้อพับแขน
    2ข้างโดยใช้เลือดประมาณ10-20 ซีซี ใส่หลอดที่เตรียมไว้ หลังจากนั้นนำเลือดไปปั่นในเครื่องปั่นที่สามารถทำให้แยกส่วนของเลือดให้เป็น Growth Factor (เกร็ดเลือด) สังเกตได้ว่า Growth Factor (เกร็ดเลือด)จะเป็นเนื้อเซรั่มจึงสามารถฉีดเข้าไปบนใบหน้าได้

    ผลดีจากการทำ PRP

    ทำให้ใบหน้ากระจ่างใสดูอ่อนวัยขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ สามารถเติมเต็มริ้วรอยและร่องลึกได้ เช่น ร่องแก้ม,ร่องมุมปาก,ริ้วรอยบนหน้าฝาก, ริ้วรอยบริเวณ หางตา เป็นต้น โอกาสติดเชื้อน้อยมากจากการฉีดเพราะว่าเป็นเลือดของตัวเองมีความปลอดภัยสูง
    อาการหลังทำ PRP

    อาจมีรอยจุดบวมเป็นเหมือนตุ่มมดกัดบ้างเล็กน้อย บางท่านอาจมีรอยช้ำประมาณ
    3-4 วัน
    28000 THB จองเลย
  • ผิวพรรณ 2 หาราคาที่ถูกกว่านี้ 55000 THB
  • OZONE THERAPY 45 นาที
    หลักการรักษาด้วยโอโซนบำบัด
    Oxygen in blood cell in Ozone therapy
    การบำบัดด้วยโอโซนนั้นใช้ประโยชน์จากลักษณะโครงสร้างที่ไม่เสถียรของตัวโอโซน ซึ่งประกอบไปด้วยโมเลกุลของออกซิเจนจำนวน 3 อะตอม โดยเครื่องกำเนิดโอโซนจะแปลงออกซิเจนบริสุทธิ์ ซึ่งประกอบด้วยโมเลกุลออกซิเจนจำนวน 2 อะตอม จากแหล่งกำเนิดให้กลายเป็นโอโซน เมื่อโมเลกุลของโอโซนผสมกับเลือดที่นำออกมาจากผู้รับการบำบัด (ประมาณ 200 cc) และถูกนำกลับเข้าไปในร่างกาย แล้วโมเลกุลของโอโซนจะเกิดการแตกตัวออกเป็น 2 ส่วน คือ
    O2 (ออกซิเจนบริสุทธิ์) ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานให้กับเซลล์O (Singlet Oxygen หรือออกซิเจนอะตอมเดี่ยว) ซึ่งไม่เสถียร โดยออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยวจะวิ่งไปจับกับโมเลกุลต่างๆในเนื้อเยื่อและกระแสโลหิต เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidative Reaction)ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ในการรักษา ดังนี้ 1. มีฤทธิ์ในการกำจัดจุลชีพที่ไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งได้แก่ ไวรัสและแบคทีเรียบางชนิด การบำบัดด้วยโอโซนจึงสามารถใช้ในการรักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อจุลชีพในกลุ่มดังกล่าวได้ เช่น โรคหวัด เริม งูสวัด และไวรัสตับอักเสบ2. ขับล้างสารพิษตกค้างในร่างกาย โดยช่วยเปลี่ยนสารพิษและของเสียให้เป็นสารที่มีความเฉื่อย และถูกขับออกทางตับและไตโดยไม่เกิดอันตราย นอกจากประโยชน์ข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว Singlet Oxygen หรือออกซิเจนอะตอมเดี่ยวนั้น ยังสามารถจับกับโปรตีนที่ผนังเซลล์ของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ล่องลอยอยู่ในกระแสโลหิต ดึงดูดให้เม็ดเลือดขาวมากำจัดเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ของโอโซนบำบัด กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้มีปริมาณเพียงพอต่อการปกป้องร่างกายเพิ่มประสิทธิภาพในการกัดกินเชื้อโรคของเม็ดเลือดขาว จากระดับแกมมาอินเตอเฟียรอนที่เพิ่มขึ้น 400-900%กระตุ้นการหลั่งอินเตอร์ลิวคินจากลิมโฟไซต์ เพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรคเพิ่มความยืดหยุ่นของเซลล์เม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง จึงทำให้เซลล์เม็ดเลือดสามารถเคลื่อนตัวผ่านไปยังหลอดเลือดฝอยเล็กๆ ได้เพิ่มขึ้น มีประโยชน์ในการรักษาแผลเรื้อรังจากเบาหวาน และแผลกดทับเพิ่มการผลิตพลังงานในไมโตคอนเดรีย ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย และเพิ่มสมรรถภาพการออกกำลังกายในกลุ่มนักกีฬากระตุ้นการสร้างเอนไซม์ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ได้แก่ ซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส คาตาเลสและกลูต้าไธโอนเปอร์ออกซิเดส โอโซนบำบัดเหมาะกับใคร ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด หรือมีภาวะติดเชื้อผู้ป่วยโรคตับอักเสบ เริม งูสวัดผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยออกซิเจนอะตอมเดี่ยวจะไปเกาะกับผิวของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งถูกกำจัดไปโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้ ลมพิษ หอบหืดผู้ป่วยโรคภูมิเพี้ยน SLE รูห์มาตอยด์ สะเก็ดเงินผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต รวมทั้งผู้ป่วยโรคลมปัจจุบัน (Stroke) และผู้ป่วยพาร์คินสันที่เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอผู้ที่มีปัญหาแผลเรื้อรัง เช่น แผลเบาหวาน แผลกดทับในผู้ป่วยที่ต้องนอนนิ่งๆ เป็นเวลานาน
    3500 THB จองเลย
  • ACTIVATED AUTOLOGOUS BLOOD THERAPY BLOOD THERAPY 2 ชั่วโมง
    เซลล์คืออะไร



    ร่างกายของเรามีจุดกำเนิดจากเซลล์เริ่มต้นหน่วยเล็กๆ เพียงหนึ่งเซลล์ แล้วเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้นจนเป็นเซลล์นับล้านๆ เซลล์ ที่สร้างเป็นอวัยวะส่วนต่างๆ เซลล์เริ่มต้นหน่วยเล็ก ๆ นี้ ถือเป็นต้นกำเนิดของชีวิตเซลล์เรา ทำหน้าที่ดูแลร่างกายให้ทำงานได้เป็นปกติ สามารถเพิ่มจำนวนและเสื่อมสลายไป แล้วก่อตัวขึ้นใหม่ได้เองโดยอัตโนมัติ แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร การใช้ยา รวมถึงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เซลล์ที่สร้างขึ้นใหม่เสื่อมถอยลง นานวันเข้าเซลล์จะเริ่มทำงานผิดปกติ ส่งผลกับระบบอวัยวะต่างๆ จนกลายเป็นที่มาของโรคและความผิดปกติต่างๆ ในที่สุด ซึ่งปัจจัยส่วนใหญ่ล้วนมาจากพฤติกรรมการละเลย และขาดการเอาใจใส่สุขภาพของเรานั่นเอง เมื่อโรคต่างๆ เกิดขึ้นในร่างกาย การรักษาตามอาการด้วยการใช้ยาและเคมีเพียงอย่างเดียว ซึ่งมุ่งเน้นเพื่อระงับอาการ ไม่สามารถเข้าไปรักษาถึงต้นตอสาเหตุของการเกิดโรคที่แท้จริงได้ นั่นก็คือ “เซลล์” เซลล์ที่เปลี่ยนไปก่อให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติ วงการแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป จึงเริ่มหันมาให้ความสนใจศึกษาค้นคว้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพแบบเซลล์บำบัด (Live Cell Therapy) เพื่อให้เป็นการรักษาทางเลือกใหม่ และเป็นการรักษาแบบองค์รวม (Holistic Medical) ในการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้กลับคืนความแข็งแรง คือฟื้นฟูอวัยวะทุกส่วนที่เกี่ยวข้องไปพร้อมๆ กัน โดยการนำ Live Cell เข้าไปทดแทนและเสริมสร้างเซลล์ที่บกพร่อง กระตุ้นให้เกิดการรักษาและฟื้นฟูให้กับเซลล์ที่มีปัญหาการบำบัดเซลล์คืออะไร

    การบำบัดเซลล์คือการบำรุงและรักษาเซลล์ที่แก่ เสื่อมสภาพ และเซลล์ที่ไม่แข็งแรง ให้มีความแข็งแรงและมีการสร้างเซลล์ใหม่มาทดแทนเซลล์เก่า ให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ เพื่อให้ชีวิตโดยรวมดำรงอยู่ได้จนสิ้นอายุ ซึ่งวิธีการบำบัดเซลล์ได้ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นครั้ง แรกที่ประเทศ Switzerland ในปี ค.ศ. 1911 โดยศาตราจารย์ Paul Niehans ผู้ศึกษาการเพิ่มปริมาณเนื้อเยื่อในมนุษย์ และการชะลอความเสื่อมของร่างกายโดยการฉีดเซลล์ ซึ่งถูกคัดเลือกจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไปยังร่างกายของมนุษย์ เพื่อที่จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของร่างกายและสร้างระบบภูมิคุ้ม กันโรค และในปี ค.ศ. 1931 ศาสตราจารย์ Paul Niehans ได้ค้นพบว่า เซลล์ที่เหมือนกันจะเดินทางไปรักษาเซลล์ที่อยู่ในอวัยวะเดียวกัน จากความสำเร็จในการช่วยชีวิตคนไข้ที่ถูกตัดต่อมพาราไธรอยด์ ทำให้คนไข้อยู่ในภาวะวิกฤติ ชักเกร็ง ศาสตราจารย์ Paul Niehans ได้ใช้วิธีการฉีดเซลล์พาราไธรอยด์สดจากวัวเข้ากล้าม ผลที่ได้คือ คนไข้ปลอดภัยและมีอายุยืนยาวจนสิ้นอายุขัย ทฤษฎีการบำบัดเซลล์ ซึ่งสามารถสรุปได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดโดย Paracelsus แพทย์ในศตวรรษที่ 16 กล่าวว่า “หัวใจรักษาด้วยหัวใจ, ปอดรักษาด้วยปอด, ม้ามรักษาด้วยม้าม ฉันใดฉันนั้น” ซึ่งตัวเขาเองและแพทย์หลายต่อหลายท่าน เชื่อว่าการรักษาทางนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาความเจ็บป่วย คือการใช้กลุ่มเนื้อเยื่อดีมาสร้างและปรับปรุงเซลล์ให้มีการทำงานที่ดีขึ้น และช่วยซ่อมแซมในส่วนที่อ่อนแอหรือเนื้อเยื่อที่สึกหรอด้วย ให้ร่างกายมีชีวิตชีวามากขึ้น
    55000 THB จองเลย
  • ความงาม 8 หาราคาที่ถูกกว่านี้ 65000 THB
  • VITAMIN C HIGH DOSE 45 นาที
    วิตามินซีบำบัด
    (VITAMIN C HIGH DOSE)
    วิตามินซี High dose เป็นส่วนผสมหลักของสูตร Megadose Vit C นอกจากนั้นยังมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระและเกลือแร่ที่สำคัญต่อร่างกาย โดยการหยดผ่านทางน้ำเกลือ ซึ่งจะช่วยให้เซลล์ได้รับสารอาหารได้โดยตรง รวดเร็วขึ้น และได้รับในปริมาณที่แพทย์กำหนด เพื่อหวังผลในการรักษา การฟื้นฟูสุขภาพร่างกายอย่างรวดเร็ว นิยมให้กับผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโดยเฉพาะไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ และคนไข้ที่มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรืออยู่ในระยะพักฟื้นจากการเจ็บป่วย เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
    ประโยชน์ของ Megadose Vit. C

    “ช่วยปกป้องเซลล์ ซ่อมแซมเซลล์” เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ช่วยให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ช่วยลดภาวะเสี่ยงของข้ออักเสบและโรคเก๊าท์ ช่วยในการบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ช่วยในการป้องกันโรคต้อกระจก

    ในน้ำส้มคั้น 1 แก้ว (240 ซีซี) มีวิตามินซีประมาณ 100 มิลลิกรัม หากต้องการรับวิตามินซี 1,000 กรัมต่อวัน ต้องดื่มน้ำส้มถึง 10 แก้ว ใช้ส้มเกือบ 40 ลูก เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติในการละลายน้ำได้ดี และมักถูกทำลายได้ง่าย เมื่อถูกตั้งทิ้งไว้ในอากาศ แสงแดด และความร้อน
    * 3000 THB จองเลย
  • AUTOLOGOUS PRP FOR JOINT CONDITIONS PRP Joint 2 ชั่วโมง
    AUTOLOGOUS PRP FOR JOINT CONDITIONS Platelet-Rich plasma (PRP) มีบทบาททางการแพทย์มามากกว่า 20 ปี โดยใช้ในการรักษาโรคทางออร์โธปิดิกส์, ใช้ในการผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือด, การผ่าตัดกระดูกใบหน้า รวมถึงศัลยกรรมตกแต่ง และเวชศาสตร์ความงาม PRP คือ ส่วนที่เป็นของเหลวหรือน้ำเลือด (Plasma) ซึ่งอุดมไปด้วยเกร็ดเลือด (Platelet) จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการพิเศษในการเตรียม PRP จากเลือดปกติ วิธีการคือแพทย์จะเจาะเลือดของตัวผู้ป่วยเองมาปั่น (Centrifugation) ในความเร็วและเวลาที่เหมาะสม จากนั้นเลือดที่นำมาปั่นจะมีการแยกชั้น ส่วนของเม็ดเลือดที่ตกตะกอนอยู่ชั้นล่าง และส่วนที่เป็นของเหลวหรือน้ำเลือดอยู่ชั้นบน ซึ่งแพทย์จะนำส่วนของเหลวนั้นไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยคนเดียวกันนั้นต่อไป โดยไม่มีการเก็บไว้ใช้กับคนอื่น ในส่วนของการรักษาโรคทางกระดูกและข้อ ประโยชน์และเป้าหมายของการใช้ PRP ก็คือ เป็นสารที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ เช่น กล้ามเนื้อ, เส้นเอ็น, กระดูกอ่อนผิวข้อกระดูก ซึ่งมักเป็นเนื้อเยื่อที่ยากต่อการซ่อมแซมตัวเอง หรือมีความเสื่อมร่วมด้วย

    โรคที่สามารถใช้ PRP ร่วมในการรักษา เช่น โรคที่มีการเสื่อมของเส้นเอ็นบริเวณไหล่ (Rotator cuff tendinopathy), อาการบริเวณข้อศอก (Tennis elbow and Golfer elbow disease), อาการบริเวณเอ็นร้อยหวาย (Achilles tendinopathy), อาการพังผืดที่ฝ่าเท้าอักเสบเรื้อรัง (Plantar fasciitis) รวมถึงการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมระยะแรก, ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้ร่วมกับการผ่าตัดที่ต้องการกระบวนการซ่อมแซมของ เนื้อเยื่อเป็นพิเศษ เช่น การผ่าตัดซ่อมแซมเส้นเอ็น, อาการหมอนรองกระดูกเข่า, บริเวณข้อต่อต่างๆได้ ข้อดี ของ PRP คือ ใช้ส่วนประกอบหรือเซลล์ของผู้ป่วยเองในการรักษา ไม่ต้องกลัวการแพ้ยา หรือสารเคมีภายนอก ให้ผลการรักษาในระยะยาวดีกว่าการฉีดสเตียรอยด์ (Steroid) ซึ่งนิยมฉีดในอดีต และไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์เหมือนการฉีดสเตียรอยด์ เช่น การฉีกขาดของเส้นเอ็น หรือ การฝ่อของผิวหนังบริเวณที่ฉีดสเตียรอยด์ เป็นต้น แต่การฉีด PRP ต้องเจ็บตัวอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกจากการเจาะเลือด และครั้งที่สองจากการนำ PRP ไปฉีดในบริเวณที่ต้องการ ค่าใช้จ่ายในการรักษามากกว่าการฉีดสเตียรอยด์ และอาจมีการฉีดซ้ำได้หากว่ากระบวนการซ่อมแซมยังเกิดได้ไม่ดี หรือไม่สมบูรณ์ การรักษาด้วย PRP ถือว่าเป็นวิธีการรักษาซึ่งแตกแขนงออกมา เป็นทางเลือกใหม่ในการรักษา เป็นนวัตกรรมการรักษาทางชีวภาพ (Orthobiologics) ซึ่งช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมของเซลล์หรือของเนื้อเยื่อที่ฟื้นตัวตามธรรมชาติ ได้ยาก ให้สามารถฟื้นคืนสภาพได้ดีขึ้น
    * 60000 THB จองเลย
  • BODY SCULPTING PACKAGE MYOPEP 14 วัน
    Fat burn , Body Building and Muscular Enhancement
    Myopep is a proprietary amino acid complex capable of inducing a pharmaceutical grade eect in human muscle and adipose fat function. Introduced by LAB RMS in 2012, Myopep has been sequenced and bio-engineered to enhance muscle glucose utilization and growth, while reducing the production of fat throughout the body. LAB RMS, the founder and sole distributor of the proprietary peptide-based biopharmaceutical innovation Myopep, has leveraged on its years of modern stem cell research to specically identify and isolate peptide elements that can inhibit muscle receptor sites to deactivate the specialized enzymes, Myostatin, which is rimarily responsible for the cessation of myogenesis. This innovation is further solidied following the company’s pivotal discovery of an isoform of follistatin that can eectuate myostatin inhibition not only at a highly eective rate, but also under a unique self-limiting scheme. This ‘myostatin blocking’ peptide developed by LAB RMS is metabolized after a specic period of time, hence eliminating the possibility of an interminable signaling of muscle growth. By varying the applications based on result feedback, Myopep is essentially sculpting the body over time – causing weight loss, muscle building and adding tonality – with a critical element of self-regulation. The Myopep peptide formulation is an integral part of the therapeutic care for type 2 diabetes related weight issues, obesity related weight loss and for muscular enhancement and sports medical rehabilitation, and has to be done under the strict supervision of a licensed physician. The dosage and frequency of Myopep administration varies depending on the intended eect. It can be injected subcutaneously at the abdominal area for maximum result, and has to be repeated to sculpt the physique to a desired satisfaction as a single dose of Myopep is designed to work only for a short period of time. Increased muscular denition, waist reduction and blood sugar control can be achieved within days of initial treatment. Myopep comes in two specic product series, Myosport and Myoslim, to explicitly cater to two target groups - those who want to build larger and toner muscles, and those who want to lose weight and look slimmer. . Both Myosport and Myoslim are important treatments for the increasing aging population who are facing conditions involving muscle wasting (sarcopenia) or adult obesity.
    Myosport
    for Body Building and Muscular Enhancement
    Myosport is an innovative peptide solution that can induce equivalent anabolic steroid results on muscle formation without the adverse side eects, withdrawal or reactions often engendered by steroids or testosterone. Myosport enhances myogenesis through the inhibition of myostatin found at the receptor sites in skeletal muscles. Metabolism or glycolisis (sugar metabolism) rises, forcing fat to be broken down into sugar to feed muscular action and growth. It ultimately causes hypertrophic eect in which muscles begin to grow larger, adding greater strength and denition to the body. People diagnosed with a genetic disorder involving myostatin deciency are observed to have the capacity to build muscles similar to that of a professional body builder, but with little eort as though they are aided by steroids. Through scientic studies, myostatin-decient people are found to live free of side eects. Consistent to this observation, clinical studies on the safety of Myosport conducted by LAB RMS have also shown no side eect or rejection. This success can be primarily attributed to the unique self-limiting qualities of Myosport, as the peptide will be metabolized and excreted naturally approximately a week later. Myosport is highly eective for existing body builders to accomplish greater muscle denition. It is a better alternative to steroids or testosterone as these peptides are self-limiting and functions by inhibiting the myostatin instead of addressing the hormonal structure of the body to induce muscular growth in the case of steroids or testosterone. The muscle building and toning eects are long-lasting and should be maintained with regular strength training and workout. Nonetheless, it is very important to individually ascertain the goal and desired outcome of clients, based on their existing Body Mass Index and Fat Percentage. Clients with a high initial BMI may require more than one box of Myosport over a longer duration. LAB RMS projects that the consistent administration of Myosport according to the recommended dosage and frequency will induce a minimum increase of 15% in skeletal muscle volume after 4 weeks. When the intended muscle growth is achieved, the supplement is no longer needed and new muscles will maintain.Dosage: 10 x 2ml vials per box Protocol: Three subcutaneous administration of one Myosport vial each time at the abdominal area in the rst week. Frequency of administration can be reduced in the following weeks based on result feedback. The treatment course for Myosport should be done independently without any form of anabolic steroids. Compulsory exercise: Regular workout (resistance training involving eccentric contraction exercises) at a frequency of 3-4 times a week is necessary for the treatment to be eective, as part of the necessary process in this peptide treatment is to induce stimulating work onto the muscles so that myostatin are consistently activated at the muscle receptor sites, thereafter allowing the peptides to carry out its myostatin-blocking function. Suggested Diet Plan: A modulation of diet, preferably high-protein and low-sugar consumption, during the treatment course is encouraged. As an illustration, a high protein Mediterranean diet of fish, rice and steamed vegetable low in carbohydrates; an organic whole food diet and limited alcohol consumption with at least two litres of puried water daily. Storage: Best kept in a cool dry location between +6ºC to +18ºC to ensure maximum eectiveness.
    * 65000 THB จองเลย
  • Thyroid Health, Metabolic Syndrome and Auto- Immune Disease Free & Free 3 ชั่วโมง
    เรียน ลูกค้าทุกท่าน
    บริษัท รีเจนเนอเรทีฟ เมดิคอล โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ RMS Clinic

    ขอเรียนเชิญ ทุกท่านเข้าร่วมรับฟังการสัมมนาเกี่ยวกับโรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคไทรอยด์และโรคที่ทำให้เกิดโรคอ้วน โดยภายในงานจะมีการให้คำแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับโรคดังกล่าว และ มีการทำไบโอสแกนตรวจสุขภาพให้แก่ทุกท่านที่เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี และยังสามารถปรึกษากับคุณหมอเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพได้ตัวต่อตัวอีกด้วย
    * 1000 THB จองเลย
  • Doctor Fee / Consultation Anti-Aging 30 นาที 2000 THB จองเลย
  • MYERS' COCKTAIL 1 ชม.
    ไมเยอร์ ค็อกเทล
    (MYERS' COCKTAIL)
    เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคหอบหืด
    ไมเกรน ไซนัส ภูมิแพ้ ด้วยไมเยอร์ค็อกเทล สูตรเฉพาะโดย อาร์เอ็มเอสคลินิก

    นายแพทย์ John Myer แห่ง บัลติมอร์ แมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา เป็นผู้คิดค้นสูตรการให้น้ำเกลือ ร่วมกับวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด โดยเขาใช้การให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ ทั้งชนิดฉีดเข้าเส้นและให้ผ่านน้ำเกลือมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี วิธีการของนายแพทย์ Myer เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์บูรณาการว่า เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ ได้ผลสูง ปลอดภัย วิธีการของนายแพทย์ Myer ได้ถูกลอกเลียนไปใช้ทั่วโลก และยังไม่มีรายงานผลข้างเคียง ผู้เขียนมีประสบการณ์การใช้ Myers’ Cocktail มาเป็นเวลานานกว่า 4 ปี พบว่า ให้ผลในการบำบัดอย่างดียิ่ง และไม่เคยพบผลข้างเคียง ยกเว้น เกิดความผิดพลาดจากการที่สารละลายรั่วออกนอกเส้นเลือด

    ประโยชน์ที่ได้รับจาก Myers' Cocktail
    ช่วยขยายหลอดลม ลดอาการหอบหืด ไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ช่วยลดอาการปวดศีรษะจากไมเกรนเนื่องจากผู้ป่วยไมเกรนมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงจากภายในร่างกาย และสิ่งแวดล้อมภายนอกมากกว่าปกติ ทำให้เส้นประสาทรอบๆ สมองเกิดการอักเสบ หลอดเลือดหดตัว ทำให้หลั่งสารserotonin ออกมา ทำให้เกิดอาการปวดไมเกรน Myers’Cocktail จะทำงานโดยการขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ยับยั้งการหลั่ง serotonin ออกมาช่วยลดอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงหัวใจมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านทานการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งอาการแพ้ต่างๆ โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ ช่วยตอบสนองความต้องการในการใช้พลังงานของกล้ามเนื้อในการทำงานอย่างเร่งด่วนทันทีทันใด สำหรับผู้ที่ต้องการพลังงานอย่างรวดเร็วและรุนแรง เช่น นักกีฬาในระหว่างการแข่งขัน ช่วยภาวะการทำงานของต่อมธัยรอยด์ที่สูงเกินไป (hyperthyroidism) ขั้นตอนการรักษาและระยะเวลา
    คือวิธีการให้น้ำเกลือที่มีเกลือแร่และวิตามินหลายชนิด เพื่อใช้รักษาอาการต่างๆ ภายในร่างกาย ช่วยในการรักษาภาวะต่างๆ อันประกอบด้วยการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็ว เช่น หอบหืด ไมเกรน เมื่อยล้า ปวดกล้ามเนื้อ ไซนัสอักเสบ ภูมิแพ้ ผื่นลมพิษ เป็นต้น โดยปัจจุบันนิยมนำวิตามินและเกลือแร่ชนิดต่างๆ ผสมในน้ำเกลือขวดเล็กๆ แล้วหยดเข้าหลอดเลือดเป็นเวลาราว
    30-60 นาที และสามารถให้บ่อยได้ตามที่ต้องการ อาจถึงสัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง
    2500 THB จองเลย
  • LOW DOSE CHELATION Chelation 1 ชม. 30 นาที
    การฟื้นฟูหลอดเลือดโดยคีเลชั่น
    (CHELATION THERAPY)

    กำจัดสารโลหะหนัก ฟื้นฟูหลอดเลือด
    กระตุ้นการไหลเวียนระบบโลหิต ให้ร่างกายกลับมาสดชื่น สมบูรณ์แข็งแรง
    คีเลชั่น คือ การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (ให้น้ำเกลือ) ที่มีสารประกอบประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่สำคัญในการจับสารโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู หรือแม้แต่แคลเซียมส่วนเกิน ซึ่งสะสมตกค้างในเนื้อเยื่อ และพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือดของเรา เป็นอันตรายต่อผนังเซลล์และผนังหลอดเลือด เพื่อขจัดออกจากร่างกายทางระบบปัสสาวะขับถ่าย ช่วยรักษาอาการอักเสบของหลอดเลือด ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น สำหรับคนที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบและแข็ง สามารถหลีกเลี่ยงการผ่าตัดบายพาสได้ถึง 85% ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นและขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณการเกิดอนุมูลอิสระ และการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด รวมไปถึงลดอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ทำให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและสดชื่นขึ้น
    ระยะเวลาในการให้น้ำเกลือแต่ละครั้ง ประมาณ 2.5 - 3 ชั่วโมง ระหว่างที่ให้น้ำเกลือสามารถพักผ่อน ดูโทรทัศน์ รับประทานอาหารว่าง อ่านหนังสือหรือฟังเพลงได้ตามปกติธรรมดา ภายหลังจากการเสร็จการรักษาสามารถประกอบกิจกรรมได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องนอนพัก

    ล้างพิษด้วยคีเลชั่นดีอย่างไร


    โลกที่เต็มไปด้วยมลพิษทั้ง น้ำ อากาศ ดิน และอาหาร ทุกอย่างล้วนมีโอกาสที่จะปนเปื้อนสารพิษโลหะหนักได้ สารพิษโลหะหนักพบได้ในวัสดุก่อสร้าง เครื่องสำอาง ยารักษาโรค อาหารที่ผ่านกระบวนการต่างๆ แหล่งเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพ สิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมถึงมนุษย์ ก่อให้เกิดความผิดปกติในการแบ่งตัวของเซลล์ ทำให้ความสามารถในการนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกายน้อยลง ส่งผลให้เกิดความเสื่อมสภาพของอวัยวะในร่างกายอย่างต่อเนื่อง
    ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำคีเลชั่น
    ขจัดสารพิษตกค้างในร่างกายและระบบหลอดเลือด
    ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
    ทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
    ลดอัตราเสี่ยงของหลอดเลือดแข็งอุดตันและตีบแคบทั้งใน สมองและหัวใจ ลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจขาดเลือด
    ป้องกันโรคความเสื่อมต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบหมุนเวียนที่ไม่ดี
    ช่วยแก้ไขและบรรเทาอาการ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โลหะหนักเป็นพิษ ปวดศีรษะบ่อย โรคอันเกิดจากระบบการไหลเวียน และภาวะการเจ็บป่วยเรื้อรัง
    ลดอาการอักเสบของผิวหนัง
    บรรเทาอาการอัลไซเมอร์ ช่วยให้สมองแจ่มใส และมีความจำดีขึ้น
    ฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้อาการอ่อนเพลียเรื้อรังหายไป
    ช่วยให้ประสาทการรับรู้ต่างๆ ดีขึ้น
    คีเลชั่นเหมาะกับใคร

    ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือด เช่น อุดฟันด้วยโลหะ อมัลกัม มีไขมันในเส้นเลือดสูง มี oxidative stress (ระดับอนุมูลอิสระสูง) เช่น ดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือคนในบ้านในที่ทำงานสูบ ฯลฯ ผู้ที่มีปัญหาพิษโลหะสะสมและปัญหาสารพิษอื่นๆ สะสมในร่างกาย ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ การไหลเวียนเลือดบกพร่อง มีอาการ เช่น เวียนหัวง่าย ฯลฯ ผู้ที่มีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากหลอดเลือดไม่ยืดหยุ่น ผู้ที่แข็งแรงดี แต่ต้องการป้องกันตนเองจากโรคมะเร็งและโรคเส้นเลือดตีบตัน รวมทั้งต้องการกำจัดสารพิษและโลหะหนักออกจากตัว และต้องการรักษาสภาพของเส้นเลือดทั่วตัว ไม่ให้เกิดการอุดตันในอนาคต ผู้ที่ไปทำบอลลูนเส้นเลือด ใส่ขดลวด ทำบายพาสมาแล้ว เพราะจะเกิดการอุดตันใหม่เกิดขึ้น ซึ่งการทำคีเลชั่นจะลดปัญหาเหล่านั้นได้ข้อควรทราบเมื่อต้องการทำคีเลชั่น
    ควรตรวจร่างกายเพื่อประเมินปัญหาที่เป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรวจประสิทธิภาพการทำงานของไต ก่อนเข้ารับบริการ ระหว่างการรักษา ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มากขึ้น แนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้ เพราะระหว่างการทำอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
    รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีวิตามิน แร่ธาตุ พอเพียงต่อการเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกายผลข้างเคียงจากการทำคีเลชั่น
    ระยะแรกบางท่านอาจมีอาการอ่อนเพลีย อันเนื่องจากกระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกาย อาการที่เกิดขึ้นแก้ได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำผลไม้และรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนตามความต้องการของ ร่างกาย
    ขั้นตอนการบำบัดรักษาด้วยคีเลชั่น

    พบแพทย์เพื่อซักถามประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยจะมีการคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล ทำการตรวจ LAB พื้นฐานเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ทำการตรวจวิเคราะห์ผลเลือด (Live Blood Analysis) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากสามารถบ่งบอกภาวะของเลือดในขณะที่เซลล์ยังมี ชีวิต ซึ่งสามารถประเมินภาวะของร่างกายได้หลากหลายครอบคลุมในหลายๆ โรค ทำการบำบัดด้วยคีเลชั่นบำบัดตามสูตรยาที่เหมาะสม แก่ผู้เข้ารับการบำบัดแต่ละราย นัดติดตามผลเป็นระยะ ซึ่งระยะเวลาขึ้นกับลักษณะของโรคที่เรามีปัญหาอยู่
    2500 THB จองเลย
  • CHELATION THERAPY Chelation 2 ชั่วโมง 30 นาที
    การฟื้นฟูหลอดเลือดโดยคีเลชั่น (CHELATION THERAPY)
    กำจัดสารโลหะหนักในกระแสเลือด กระตุ้นการไหลเวียนและฟื้นฟูหลอดเลือด คืนสมรรถภาพให้ร่างกายกลับมาสดชื่น สมบูรณ์แข็งแรง


    คีเลชั่น คือ การให้สารน้ำเข้าทางหลอดเลือดดำ (หรือการให้น้ำเกลือ) ที่มีสารประกอบประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่สำคัญในการจับสารโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู หรือแม้แต่แคลเซียมส่วนเกิน ซึ่งสะสมตกค้างในเนื้อเยื่อ และพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือดของเรา เป็นอันตรายต่อผนังเซลล์และผนังหลอดเลือด เพื่อขจัดออกจากร่างกายทางระบบปัสสาวะขับถ่าย ช่วยรักษาอาการอักเสบของหลอดเลือด ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น สำหรับคนที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบและแข็ง สามารถหลีกเลี่ยงการผ่าตัดบายพาสได้ถึง 85% ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นและขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณการเกิดอนุมูลอิสระ และการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด รวมไปถึงลดอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ทำให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและสดชื่นขึ้น


    ใช้เวลาประมาณ 2.5 - 3 ชั่วโมงในการให้น้ำเกลือแต่ละครั้ง ระหว่างที่ให้น้ำเกลือสามารถพักผ่อน ดูโทรทัศน์ รับประทานอาหารว่าง อ่านหนังสือหรือฟังเพลงได้ตามปกติธรรมดา ภายหลังจากการเสร็จการรักษาสามารถประกอบกิจกรรมได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องนอนพัก

    ล้างพิษด้วยคีเลชั่นดีอย่างไร?
    ด้วยโลกที่เต็มไปด้วยมลพิษทั้ง น้ำ อากาศ ดิน และอาหาร ทุกอย่างล้วนมีโอกาสที่จะปนเปื้อนสารพิษโลหะหนักได้ สารพิษโลหะหนักพบได้ในวัสดุก่อสร้าง เครื่องสำอาง ยารักษาโรค อาหารที่ผ่านกระบวนการต่างๆ แหล่งเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพ สิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมถึงมนุษย์ ก่อให้เกิดความผิดปกติในการแบ่งตัวของเซลล์ ทำให้ความสามารถในการนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกายน้อยลง ส่งผลให้เกิดความเสื่อมสภาพของอวัยวะในร่างกายอย่างต่อเนื่อง


    การทำคีเลชั่นช่วยอะไร?
    ขจัดสารพิษต่างๆ ที่ตกค้างในร่างกายและระบบหลอดเลือดลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งโดยเฉาพมะเร็งในเส้นเลือดทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้นลดอัตราเสี่ยงของปัญหาหลอดเลือดแข็งอุดตันและตีบแคบทั้งในสมองและหัวใจลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจขาดเลือดป้องกันโรคความเสื่อมต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบหมุนเวียนที่ไม่ดีช่วยฟื้นฟูและบรรเทาอาการ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โลหะหนักเป็นพิษ ปวดศีรษะบ่อย โรคอันเกิดจากระบบการไหลเวียน และภาวะการเจ็บป่วยเรื้อรังลดอาการอักเสบของผิวหนังช่วยให้สมองแจ่มใส บรรเทาอาการอัลไซเมอร์ และมีความจำดีขึ้นฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ แก้ปัญหาอาการอ่อนเพลียเรื้อรังหายไปช่วยให้ประสาทการรับรู้ต่างๆ ดีขึ้น คีเลชั่นเหมาะกับใคร
    ผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออาการอุดตันของหลอดเลือด เช่น อุดฟันด้วยโลหะ อมัลกัม มีไขมันในเส้นเลือดสูง มี oxidative stress (ระดับอนุมูลอิสระสูง) เช่น ดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือคนในบ้านในที่ทำงานสูบ ฯลฯผู้ที่มีปัญหาพิษโลหะสะสมและสารพิษอื่นๆ ที่อาจสะสมในร่างกายผู้ที่มีปัญหาการไหลเวียนเลือดบกพร่อง ร่างกายอ่อนแอ มีอาการ เช่น เวียนหัวง่าย ฯลฯผู้ที่มีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากหลอดเลือดไม่ยืดหยุ่นผู้ที่แข็งแรงดี แต่ต้องการป้องกันตนเองจากโรคมะเร็งและโรคเส้นเลือดตีบตันรวมทั้งต้องการกำจัดสารพิษและโลหะหนักออกจากตัว และต้องการรักษาสภาพของเส้นเลือดทั่วตัว ไม่ให้เกิดการอุดตันในอนาคตผู้ที่ใส่ขดลวด ทำบอลลูนเส้นเลือด ทำบายพาสมาแล้ว เพราะจะเกิดการอุดตันใหม่เกิดขึ้น ซึ่งการทำคีเลชั่นจะลดปัญหาเหล่านั้นได้ข้อควรทราบก่อนการทำคีเลชั่น
    ควรตรวจร่างกายให้พร้อมเพื่อประเมินปัญหาที่เป็น โดยเฉพาะการตรวจประสิทธิภาพการทำงานของไต ก่อนเข้ารับบริการระหว่างการรักษาผู้เจข้ารักษาควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มากขึ้น แนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้ เพราะระหว่างการทำอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ที่ประกอบด้วยวิตามิน แร่ธาตุ พอเพียงต่อการเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกายผลข้างเคียงจากการทำคีเลชั่น
    ระยะแรกบางท่านอาจมีอาการอ่อนเพลีย อันเนื่องจากกระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกาย อาการที่เกิดขึ้นแก้ได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำผลไม้และรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนตามความต้องการของ ร่างกาย
    ขั้นตอนในการบำบัดรักษาด้วยคีเลชั่น
    พบแพทย์เพื่อซักถามประวัติและตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด โดยจะมีการคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลทำการตรวจ LAB ขั้นพื้นฐานเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆทำการวิเคราะห์ผลเลือด (Live Blood Analysis) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากสามารถบ่งบอกภาวะของเลือดในขณะที่เซลล์ยังมี ชีวิต ซึ่งสามารถประเมินภาวะของร่างกายได้หลากหลายครอบคลุมในหลายๆ โรคทำการบำบัดด้วยคีเลชั่นตามสูตรยาที่เหมาะสม แก่ผู้เข้ารับการบำบัดแต่ละรายนัดติดตามผลเป็นระยะ ซึ่งระยะเวลาขึ้นกับลักษณะของโรคที่เรามีปัญหาอยู่
    3500 THB จองเลย
  • * - นี่เป็นราคาเริ่มต้น กรุณาตรวจสอบกับทางร้านอีกครั้ง
MAP
เวลาให้บริการ
  • จันทร์ 09:30 - 18:00
  • อังคาร 09:30 - 18:00
  • พุธ 09:30 - 18:00
  • พฤหัสบดี 09:30 - 18:00
  • ศุกร์ 09:30 - 18:00
  • เสาร์ ปิด
  • อาทิตย์ ปิด
ทีมงาน
Vayu Lom
manager
Vayu Lom
aioun
manager
aioun
บันทึก
ราคาของบริการความงามและศัลยกรรมพลาสติกใน อาร์เอ็มเอส คลินิก คือราคาของทางคลินิกหรือผู้ดูแลของทางคลินิก บุ๊คอัพ เอเชีย (Bookup Asia) คือ บริการจองนัดหมายออนไลน์ (booking service) และมีข้อกำหนดและเงื่อนไขของการเป็นพันธมิตรร้านค้าและคลินิกต่าง ๆ เสริมจมูก, ทำตา 2 ชั้น, เสริมหน้าอก, ค่าใช้จ่ายใน อาร์เอ็มเอส คลินิก อาจมีราคาที่แตกต่างกัน เนื่องจากปริมาณและขั้นตอนในการดำเนินการโดยศัลยแพทย์และผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์สินค้า อาร์เอ็มเอส คลินิก มีส่วนลดและโปรโมชั่น ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและเงื่อนไข
ประวัติคุณหมอ
อาร์เอ็มเอส คลินิก ประกาศนียบัตร Lincensed by the Ministry of Public Health
ความคิดเห็น เขียนรีวิวของคุณ
ขึ้นบนสุด
ขึ้นบนสุด
รับคำปรึกษา