คลินิกสนามบินน้ำ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน

เปิดทุกวัน
ดูรูปภาพทั้งหมด
4.5 of 5 (2)
เพิ่มเป็นรายการชื่นชอบ
เกี่ยวกับ
ภารกิจ
ภาพรวมของบริษัท
- โบท็อกซ์
- การร้อยไหมเพื่อความงาม
- ธรรมชาติบำบัด
- เพื่อความงาม
รายละเอียด
- โบท็อกซ์
- การร้อยไหมเพื่อความงาม
- MISKO Nose Lift / MISJU Thread Face Lift
- ธรรมชาติบำบัด
- Meso
- เพื่อความงามทุกชนิด
อ่านต่อ
บริการ เรียงลำดับ โดย ชื่อ ราคา ซ่อนรายละเอียด
  • เวชสำอางค์ 7
  • โบท็อก 50 ยูนิต 30 นาที * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • ลดรอยย่น / ยกกระชับหน้าด้วยโบท็อกซ์ Botox, Dysport 30 นาที
    ลดรอยย่น / ยกกระชับหน้าด้วยโบท็อกซ์ Botox คืออะไร
    Botox เป็นชื่อทางการค้าของสาร Botulinum Toxin Type A ที่สร้างมาจากเชื้อแบคทีเรีย นำมาผ่านกระบวนการทำให้เป็นสารบริสุทธิ์ เมื่อนำมาฉีดเข้ายังผิวของเรา จะออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อบริเวณที่ทำให้เกิดรอยย่น ทำให้รอยย่นลดลงหรือหายไป
    แท้จริงแล้วสาร Botulinum Toxin Type A มีชื่อทางการค้าหลายชนิด เช่น Dysport, Neurobloc, Botulax, Neuronox, Medytox ฯลฯ
    ริ้วรอยที่ได้ผลดีจากการรักษาด้วย Botulinum Toxin คือ รอยย่นที่หน้าผาก หัวคิ้ว หางตา รอยย่นที่จมูกและรอยย่นบริเวณรอบปาก นอกจากนี้ Botulinum Toxin ยังช่วยปรับแต่งส่วนต่างๆบนใบหน้าได้อีก เช่น ปรับรูปคิ้วให้โก่งขึ้น ปรับดวงตาให้โตขึ้น ปรับปีกจมูกให้แคบลง แก้รอยบุ้มที่คาง ลดรอยย่นที่ลำคอ ลดขนาดของต้นขาและน่อง และลดกล้ามเนื้อที่บริเวณกรามให้หน้าเรียวขึ้นได้อีกด้วย
    โดยปกติหลังการฉีด Botulinum Toxin คุณสามารถกลับไปทำภารกิจต่่างๆ ได้ตามปกติ Botulinum Toxin จะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน1-3 วันและเห็นผลสูงสุดใน 14 วันและให้ผลดีอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เมื่อครบระยะเวลา 4-6 เดือนแล้วสามารถกลับมารับฉีดได้อีกเมื่อต้องการ
    ผลค้างเคียงจากการฉีด Botulinum Toxin ที่พบได้ เช่น เจ็บเล็กน้อยและมีรอยช้ำได้บ้างในบริเวณที่ฉีด และอาจเกิดอาการไม่สมมาตรของใบหน้า เช่นเปลือกตาตก ยิ้มปากเบี้ยวหากฉีดโดยผู้ที่ไม่ชำนาญการฉีดสาร Botulinum Toxin แต่ผลเหล่านี้จะเกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น
    ผู้ที่ไม่สมควรได้รับการฉีดสาร Botulinum Toxinมีดังนี้
    ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับระบบเลือดหยุดไหลยากผู้ป่วยที่เป็นโรค Myastenia Gravis
    * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • การร้อยไหมละลายเพื่อความงาม PDO Thread, Miracu Thread, Misko & Misju Thread 2 ชั่วโมง
    การร้อยไหมละลายเพื่อความงาม การร้อยไหม คืออะไร?
    การร้อยไหม คือการยกกระชับ และฟื้นฟูผิวโดยการใช้ไหมละลายชนิด PDO (Polydioxolane) ซึ่งเป็นไหมละลายที่มีความปลอดภัยสูง นำเข้าจากประเทศเกาหลี ร้อยใส่เข้าไปในชั้นใต้ผิวหนัง เป็นเทคนิคเกาหลีแท้
    ไหมละลาย PDO นี้เดิมใช้ในการรักษาเพื่อเย็บเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน หรือหลอดเลือดในร่างกาย (ตย.เช่นหลอดเลือดของหัวใจ) จากนั้นร่างกายจะค่อยๆกำจัดออกภายใน 6 เดือน ซึ่งบริเวณที่ร้อยไหมนั้นจะเกิดการกระตุ้นให้มีการสร้างเส้นเลือดใหม่และทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปยังบริเวณดังกล่าวได้ดี ทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนมากขึ้น และมีการสร้างคอลลาเจนมาพันรอบแนวเส้นไหมทุกเส้น ส่งผลให้เกิดการดึงรั้งผิว ผิวจึงเต่งตึง กระชับได้ดีอีกด้วย
    การใช้ไหมละลายจึงเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวพร้อมยกกระชับไปในตัว การร้อยไหม ช่วยในเรื่องการยกกระชับ การปรับรูปผิวและฟื้นฟูสภาพผิวบริเวณที่ทำ ซึ่งถือเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ที่ไม่อยากเจ็บ
    การร้อยไหม ให้ประโยชน์ในบริเวณที่รักษาดังนี้
    1. ยกกระชับหน้าและคอ ให้อ่อนวัย 5-10 ปี ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัด
    2. ยกกระชับสัดส่วนหย่อนคล้อยสำหรับผู้ที่มีไขมันไม่มาก เช่น ดึงยกหน้าท้อง สะโพก ต้นแขนที่หย่อนคล้อยในผู้ที่ยังไม่มีบุตรและสำหรับผู้ที่มีบุตรแล้วกรณีผู้ ที่มีไขมันมากควรทำการสลายไขมันก่อน
    3. แก้ไขร่องรอยแห่งความชรา ยกหนังตาหรือคิ้วที่ตกริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าและลำคอ ร่องแก้ม มุมปากตก
    4. ดึงยกไขมันใต้คาง คางสองชั้น ทำได้ง่าย เห็น ผลทันทีและชัดเจน
    5. ไหม Misko จะใช้ปรับแต่งส่วนดั้งและปลายจมูก ดึงยกปลายจมูกให้เชิดและแหลมขึ้น ดึงปีกจมูกให้แคบลง หลังการร้อยไหมคนไข้จะรู้สึกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีและจะเริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้นภายใน 1-2 เดือน ผลชัดเจนที่สุดจะเกิดเมื่อถึง 6 เดือนและอาจอยู่ได้นาน 1-3 ปี ขึ้นกับการดูแลรักษาของคนไข้ผู้ได้รับการร้อยไหม เช่น ทาครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ไม่นวดหน้าแรงๆ ดูแลเอาใจใส่เรื่องการทานอาหาร ควรงดสูบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวันและที่สำคัญที่สุดคือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    ร้อยไหมสามารถทำได้บริเวณใดบ้าง
    การร้อยไหมด้วยไหมละลาย ไหม PDO สามารถ ทำได้ทั้งในส่วนของใบหน้า ลำคอ มือ ตลอดจนลำตัว หน้าท้อง ทรวงอก ต้นแขน ต้นขา สะโพก หรือบริเวณต่างๆ ที่เสี่ยงต่อเซลล์ลูไลท์ ช่วยยกบั้นท้าย แก้ปัญหาคิ้วและหนังตาตก แก้ปัญหาคางสองชั้น มุมปากตก แก้มหย่อนคล้อย
    หลังการรักษา
    ผิวจะตึงยกกระชับ โครงหน้าเรียวสวยเป็น V-Shape ริ้วรอยเลือนลง ริ้วรอยเล็กๆ เช่น ริ้วรอยใต้ตาจะลดลง เสริมสร้างมิติให้ใบหน้า รวมถึงยังช่วยทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผิวเนียนกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
    * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • การฉีดฟิลเลอร์ / คอลลาเจน เพื่อเติมเต็มให้ผิวที่บกพร่อง Juvederm, Restylane 30 นาที
    การฉีดฟิลเลอร์ / คอลลาเจน เพื่อเติมเต็มให้ผิวที่บกพร่อง การทำ Dermal Filler เริ่มต้นเมื่อปี 1981 ทันทีที่ทาง FDA ของอเมริกาได้รับรองการฉีด Dermal Filler เพื่อการเสริมความงามเป็นครั้งแรก สารที่ฉีดเข้าเติมเต็มริ้วรอยในเริ่มแรกนั้นคือ "คอลาเจน" ที่สกัดจากสัตว์ เช่นวัว หมู ไก่ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ในบางรายได้จึงต้องทำการทดสอบหาอาการแพ้ก่อนทุกครั้ง
    ต่อมามีการพัฒนาคอลลาเจนมนุษย์ที่สร้างด้วยเทคโนโลยีทางชีววิศวกรรมซึ่งตัดปัญหาเรื่องการเกิดอาการแพ้ไปได้ แต่ไมได้ตัดปัญหาเรื่องราคาที่ยังสูงอยู่ ทำให้ "คอลลาเจน" ถูกเลิกใช้เป็นสารเติมเต็มในประเทศอเมริกาเมื่อปี 2010 เพราะสารเติมเต็มชนิดใหม่ได้รับความนิยมมากกว่าและดีกว่าในทุก ๆ ด้าน นั่นคือ "ไฮยาลูโรนิค แอซิด" (Hyaluronic Acid)
    Hyaluronic Acid เป็นสิ่งที่มีอยู่ใน ผิวชั้นในตามธรรมชาติ การฉีด Hyaluronic Acid ลงไปในผิวนั้นนอกจากจะช่วยเติมเต็ม เพิ่มความชุ่มชื้นและอ่อนนุ่มให้กับผิวแล้ว ก็ยังช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของเซลล์ ช่วยให้คอลลาเจนและอีลาสตินเกี่ยวกันอย่างมั่นคงมากขึ้นด้วย และโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ก็น้อยมาก ๆ เพราะ Hyaluronic Acid นั้นเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะอยู่ในสิ่งมีชีวิตชนิดใดก็ตาม ทั้งหมดนี้ทำให้ Hyaluronic Acid เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับการเป็นสารเติมเต็ม
    สรุปได้ว่าในปัจจุบันนี้ Hyaluronic Acid เป็นสารเติมเต็มที่นิยมใช้กันแพร่หลายที่สุดในวงการแพทย์ความงาม
    Dermal Filler นอกจากจะใช้กับการลดริ้วรอยลึกแล้ว ยังใช้ประโยชน์ในแง่อื่นอีกด้วยไหม?
    การใช้ Hyaluronic Acid เพื่อฉีด Dermal Filler นั้นได้ประโยชน์หลัก ๆ อยู่ 2 ด้านก็คือ
    1."ฉีดเพื่อเติมเต็มร่องริ้วรอย" และ
    2."ฉีดเพื่อปรับรูปทรงของใบหน้า" เช่นเสริมจมูก เสริมคาง โหนกแก้ม เสริมแก้มที่ตอบให้อิ่มเอิบเพิ่มความอิ่มให้ริมฝีปาก ซึ่่งเห็นผลทันทีหลังฉีดและไม่ต้องพักฟื้นเหมือนการทำศัลยกรรม แต่ผลที่ได้ก็เป็นการชั่วคราวเพราะ filler ที่ปลอดภัยแต่ละฃนิดจะมีการสลายตัวไปในเวลาประมาณ 6-18 เดือน
    ทำอย่างไร Filler ที่ฉีดจะไม่สลายตัวเร็วเกินไป ?
    1. ดื่มน้ำมาก ๆ เป็นประจำทุกวัน (เพราะ Hyaluronic Acid เป็นสารที่อุ้มน้ำได้ ถ้าร่างกายขาดน้ำมันก็จะสลายไปเร็วเพราะร่างกายจะดึงน้ำเอาไปใช้)
    2. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อนมาก ๆ หรือการเผชิญความร้อนสูง อย่างเช่นการออกกำลังกายหนัก ๆ โยคะร้อน เข้าซาวน่า แอโรบิค รวมถึงการทำเลเซอร์ด้วย เพราะความร้อนที่เกิดขึ้นจะทำให้ Hyaluronic Acid สลายไปได้เร็วขึ้น
    * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • ยกกระชับหน้าและผิวหนัาเนียนใสด้วยแสง LHE 30 นาที
    ยกกระชับหน้าและผิวหนัาเนียนใสด้วยแสง LHE
    * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • เมโสหน้าใส 1 ชม. * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • เมโสหน้าใส 3 ครั้ง 30 นาที ปรึกษาฟรี จองเลย
  • ผิวพรรณ 2
  • ฉีดผิวขาว 30 นาที * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี / การกรอผิวด้วยผลึกเพชร 45 นาที
    กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี / การกรอผิวด้วยผลึกเพชร การกรอผิวหรือ Microdermabrasion คืออะไร
    Microdermabrasion เป็นวิธีการขจัดผิวในชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นเซลล์ชั้นบนที่ตายแล้ว ให้หลุดออก โดยใช้ผลึกเพชร(Diamond) ร่วมกับแรงดันสูญญากาศ ที่สามารถปรับระดับความแรงได้ตามสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการรักษา
    เนื่องจากเซลล์ผิวของเราจะมีการสร้างใหม่ทุกๆ 7-14 วัน เซลล์ผิวหนังที่เกิดใหม่จะถูกผลักให้อยู่ชั้นบนสุดและทิ้งเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปเองตาม ธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาิติ จะเกิดช้าลง ร่วมกับการสัมผัสแสงแดด มลภาวะ จึงทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ เกิดการสะสมของสิวเสี้ยน สิวอุดตันตามมา
    ดังนั้นผลลัพธ์จากการกรอผิว จึงทำให้ผิวเรียบเนียน ผ่องใสอย่างเห็นได้ชัด ทันทีหลังการรักษา การกรอผิวอย่างต่อเนื่องจะเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ในผิวชั้นหนังแท้ ทำให้ริ้วรอยลดลง หลุมสิวและหลุมแผลเป็นค่อยๆตื้นขึ้นอย่างช้าๆ
    Microdermabrasion ในปัจจุบันได้นำมารักษา ปัญหาผิวพรรณ ดังต่อไปนี้
    ระยะห่างในการทำ microdermabrasion คือทุก 1 - 2 สัปดาห์ จำนวน 5 - 10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
    โดยในกรณีผิวแห้ง ควรเว้นระยะห่างให้มากขึ้น เป็น 2-4 สัปดาห์
    ผลข้างเคียงของการรักษาอาจพบได้ในการกรอระดับลึก เช่นการกรอหลุมเเผลเป็น และรอยแตกลาย ซึ่งอาจพบว่ามีอาการบวม แสบ แดงชั่วคราวได้ 2-3วัน
    ในกรณีนี้ ควรดูแลผิวเป็นพิเศษโดยการทาครีมบำรุงเข้มข้นและครีมกันแดดอย่างต่อเนื่อง และควรหลีกเลี่ยงแสงแแดดในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังการรักษา หรือจนกว่าผิวจะหายเป็นปกติ
    * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • ความงาม 6
  • การรักษาเพื่อความงาม ด้วยแสง LHE Radiancy Skin Staion, Spa Touch 45 นาที
    การรักษาเพื่อความงาม ด้วยแสง LHE การรักษาเพื่อความงาม ด้วยแสง LHE
    เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสาน การใช้แสงและความร้อนเข้าด้วยกัน หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “LHE” (Light and Heat Energy) ซึ่งได้รับการการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณในอเมริกาให้เป็นมาตรฐาน การดูแลรักษาผิวหน้าที่มีประสิทธิภาพ ก้าวล้ำที่สุดชนิดหนึ่งในปัจจุบัน และที่สำคัญได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเหมาะสำหรับสภาพผิวคนเอเชียเป็นอย่างยิ่ง
    เทคโนโลยี LHE นี้ ถือเป็นวิวัฒนาการก้าวล้ำไปอีกขั้น หลังจากมีการริเริ่มใช้เลเซอร์ (Laser) และการกระตุ้นด้วยความแสงเข้มข้น (Intensive Pulse Light) ในแวดวงความงาม ซึ่งนับเป็นเทคนิคการปรนนิบัติผิวล่าสุดที่ผนึกเอาทั้งสองคุณสมบัติคือแสง และความร้อนเข้าด้วยกัน และด้วยความล้ำหน้าของแถบแสงที่กว้างขึ้นจึงสามารถเข้าถึงบริเวณที่ต้องการ ให้ได้รับการบำบัดอย่างทั่วถึง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาว่าให้ผล ทางการรักษาที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากกว่า ไม่ทำอันตรายต่อผิว และไม่ก่อให้เกิดรอยแผลเป็น อีกทั้งยังใช้เวลาในการทำทรีทเม้นต์เพียง 35 นาที โดยไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น จึงสะดวกต่อการรับบริการและให้ความพึงพอใจที่สูงขึ้น สามารถสังเกตผลที่ได้รับตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อได้รับการทำทรีทเม้นท์
    การทำงานของ LHE จะแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน โดยเริ่มจากพลังงานแสงถูกแปรสภาพให้เป็นความร้อนในบริเวณเนื้อเยื่อที่ต้อง การได้รับการดูแล ทั้งนี้แถบแสงที่ใช้จะไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงหรือส่งผลต่อกระบวนการทำงาน ของพอร์เพรีน (Porperene) ในการผลิตสารแอนตี้แบคทีเรีย ซึ่งให้ผลในการป้องกันการเกิดสิวในอนาคต จากนั้นความร้อนจะไปรวมกับความร้อนที่ส่งผ่านลงไปโดยตรงให้ได้ระดับพอ อุณหภูมิพอเหมาะที่จำเป็นในการเพิ่มความหนาแน่นของโครงสร้างคอลลาเจน และช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจนใหม่มาทดแทนส่วนที่เสียไป รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแรงและความหนาของชั้นผิวหนัง ซึ่งผู้รับบริการจะรู้สึกได้ทันทีถึงระบบการหมุนเวียนเลือดที่ดีขึ้นอัน เนื่องมาจากการถ่ายเทความร้อนใต้ผิวหนัง อีกทั้งยังช่วยสร้างสมดุลย์ให้แก่ผิวหน้าที่มีปัญหาความมันส่วนเกิน พร้อมเห็นผลจากสภาพผิวที่แลดูอ่อนเยาว์ สดใส ริ้วรอยลดเลือนดูจางลง และมีสุขภาพดีขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยปรับสภาพผิวโดยรวม
    ทั้งนี้ หลังจากได้รับบริการทรีทเมนต์ด้วยเทคโนโลยี LHE แล้ว ผู้รับบริการสามารถใช้เครื่องสำอางได้ทันที อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรง ควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดเป็นเวลา 2 อาทิตย์ และเพื่อคงสภาพผิวที่ดี ควรใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ชนิดปราศจากน้ำมัน (oil free) ร่วมด้วย เพื่อรักษาความสมดุลย์ของความชุ่มชื้นของผิวหนัง
    เครื่องมือ Radiancy Skin Station และ Spa Touch LHE Treatments มีคุณสมบัติในการรักษาที่หลากหลาย โดยมีอุปกรณ์ที่ช่วยกระตุ้น Collagenให้แก่ผิว ช่วยลดริ้วรอย เพิ่มความตึงกระชับ ลดเม็ดสีของกระและรอยดำ กำจัดขนที่ไม่ต้องการในทุกบริเวณของร่างกาย (ยกเว้นขนคิ้ว) และช่วยในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) ได้อีกด้วย
    * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • กำจัดขนด้วยแสง LHE 1 ชม.
    กำจัดขนด้วยแสง LHE การกำจัดขนด้วยแสง LHE หลักการก็คือ การส่งผ่านพลังงานความร้อนและแสงไปที่รากขน เมลานิน (เซลล์เม็ดสี Melanin)ที่รากขนจะดูดซับพลังงานแสงไว้ ทำให้เซลล์เม็ดสีเมลานินและรากขนถูกทำลายอย่างรวดเร็วโดยปราศจากอาการข้างเคียง ผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือทำให้วงจรการเกิดขนใหม่ช้าออกไปเรื่อยๆ เส้นขนที่เกิดใหม่จะมีขนาดที่เล็กและอ่อนแอลง สีอ่อนลง และจะค่อยๆ ขึ้นน้อยลง จนค่อยๆหมดไปในที่สุด อีกทั้งยังช่วยให้ผิวเรียบเนียนเกลี้ยงเกลาขึ้นอีกด้วย
    ควรรักษากี่ครั้งถึงเห็นผล
    เพื่อให้ได้ผลดีควรรักษาอย่างน้อย 3-8 ครั้ง โดยระยะห่าง 2 สัปดาห์ หรือ 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับลักษณะของขน และบริเวณที่รักษา
    * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • เอเอชเอ ทรีทเมนท์ 30 นาที
    เอเอชเอ ทรีทเมนท์ AHA (Alpha Hydoxy Acid) เป็นกรดชนิดหนึ่่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่มของกรดผลไม้ กรดผลไม้เหล่านี้เช่น
    กรดไกลโคลิก ซึ่งสกัดได้จากอ้อย, กรดมาลิก สกัดได้จาก ผลแอปเปิ้ลดิบ ,กรดซิตริก จากมะนาว
    ส้ม หรือ สับปะรด, กรดทาร์ทาริก จากผลองุ่นหมัก หรือไวน์หรือมะขาม, กรดแลกติก สกัดได้จากน้ำนม
    หรือน้ำมะเขือเทศ, และกรดแมนดิลิกจากอัลมอนด์ ซึ่ง AHA ที่ใช้กันมากที่สุดคือ กรดไกลโคลิก รองลงมาคือ กรดแลกติก เป็นต้น
    AHA Treatment มีคุณสมบัติอย่างไร?
    โดย ปกติแล้วเซลล์ผิวที่ตายแล้วจะหลุดลอกจากผิวประมาณ 21-28 วัน เราเรียกกระบวนการนี้ว่า “การผลัดเซลล์ผิว” แต่เมื่ออายุมากขึ้นการผลัดเซลล์ผิวจะเริ่มช้าลง ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วกองสะสมอยู่บนผิวชั้นบนหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ และหลุดลอกออกได้ยากขึ้น
    AHA มีคุณสมบัติทำให้แรงยึดระหว่างเซลล์ผิวที่ตายแล้วลดลง เมื่อแรงยึดระหว่างเซลล์ลดลงก็ทำให้เซลล์ผิวที่ตายซึ่งทับถมกันอยู่หนาแน่น บนผิวหนังชั้นบนสุดหลุดลอกออกไปได้ง่าย เมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกไป เซลล์ผิวใหม่ที่อยู่ด้านล่างจะขึ้นมาแทนที่ด้านบนของผิว ทำให้เราเห็นผิวใหม่ที่สดใสและเรียบเนียนนุ่มกว่า
    ผลที่ได้หลังจากทำ AHA Treatment
    AHA จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวให้เข้าสู่สภาวะสมดุล ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวปกติ เมื่อผิวเก่าหลุดลอกออกไปแล้วผิวใหม่จะขึ้นมาแทนที่เซลล์ผิวเดิม สิ่งที่ตามมาคือ
 ผิวใสขึ้น
 เรียบเนียนขึ้น
 นุ่มนวลขึ้น 
รอยด่างดำจางลง
 หน้าขาวขึ้น และช่วยลดการอุดตันที่รูขุมขนทำให้โอกาสเกิดสิวลดลง
    * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • รักษาหลุมแผลเป็นจากสิว 45 นาที
    รักษาหลุมแผลเป็นจากสิว การรักษาหลุมแผลเป็นจากสิว/Pitted acne scar treatment
    หลุมแผลเป็นจากสิว เกิดขึ้นเนื่องจากการอักเสบเรื้อรังของผิวหนังชั้นหนังแท้ ซึ่งประกอบด้วยรูขุมขนและต่อมไขมัน หลังการอักเสบหายไปโครงสร้างผิวหนังเดิมที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยการบวมและอักเสบของสิว จะเกิดหลุมบนผิวและมีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่เป็นพังพืดขึ้นแทนที่ ทำให้เกิดรอยบุ๋ม เป็นคลื่น หรือ รอยนูนขึ้นที่บริเวณนั้นๆ
    1. หลุมสิวชนิดปากหลุมแคบลึกลงเป็นรูปกรวย Icepick Scars เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดหลุมสิวชนิดทรงกระบอก ความกว้างปากหลุมและก้นหลุมเท่ากัน เหมือนแผลเป็นอีสุกอีใส Boxcar Scars
    2. หลุมสิวกว้างแต่ตื้น ผิวจะดูเป็นคลื่นไม่เรียบ Rolling Scars
    3. รอยแผลเป็นนูน มีลักษณะค่อนข้างแข็งสีแดงอมชมพู หรือที่เรียกว่า คีลอยด์ Hypertrophic Scars / Keloid Scars **โดยมากในหนึ่งคนมักพบรอยแผลเป็นสิวหลายๆลักษณะร่วมกัน และมีเรื่องของพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงมักพบรอยแผลเป็นจากสิวแบบเดียวกันในครอบครัว**
    วิธีการรักษา

    การรักษารอยแผลเป็น-หลุม สิว สามารถทำได้หลายวิธี โดยมากหลักการรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นให้ผิวหนังมีการซ่อมแซมตัวเองขึ้นใหม่ และช่วยทำลายพังพืดที่อยู่ใต้ผิวหรือนูนขึ้นมาให้หมดไปได้แก่

    1.การปรับสภาพผิวด้วยกรด หรือ Chemical Peel

    เหมาะกับผู้ที่มีรอยหลุมตื้นๆ ไม่มากนัก
    ข้อดีคือราคาประหยัดแต่ต้องทำหลายครั้งและใช้เวลานานจึงจะสังเกตเห็นความแตกต่าง

    2.การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Microdermabrasion)

    เป็นการกรอผิวหนังชั้นตื้นๆออกไป มีผลไปกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารซ่อมแซมจากผิวชั้นลึก หลุมสิวจึงตื้นขึ้น
    ข้อดี
    คือค่าใช้จ่ายน้อย ต้องทำอย่างน้อย 10-20 ครั้งขึ้นไปและควรทำกับผู้เชี่ยวชาญจึงจะเห็นผล



    3.การตัดหลุมสิว Subcision

    การตัดหลุมสิว หรือ subcisionเป็นการใช้เข็มปราศจากเชื้อเบอร์ 18 หรือเข็มพิเศษที่เรียกว่า Nokor สอดเข้าใต้ผิวที่มีหลุมเพื่อตัดพังผืดที่ ดึงรั้งผิวไว้ออกไป ทำให้หลุมตื้นขึ้น โดยเฉพาะหลุมลึก มักทำร่วมกับการใช้ลูกกลิ้งเดอร์มาโรลเลอร์ (Derma Roller) หรือเลเซอร์ / LHE / IPL

    ข้อดีคือเห็นผลเร็ว แต่ต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมด้วย และมีรอยแดงหรือช้ำหลังรักษา จึงควรหลีกเลี่ยงการตากแดดและ การใช้เครื่องสำอางหลังการรักษาประมาณ 2-3 วัน




    4.การรักษาด้วยลูกกลิ้งเดอร์มาโรลเลอร์ Derma Roller (Skin Needling) เป็นเทคนิคการรักษาโดยใช้ลูกกลิ้งชนิดพิเศษ [Derma Roller] ที่มีเข็มขนาดเล็กติดอยู่เป็นแถว เข็มถูกออกแบบให้มีความลึกประมาณ 1.5 มิลลิเมตร เมื่อกลิ้งบนใบหน้าด้วยเทคนิคที่ถูกต้องจะทำให้เกิดรอยแผลขนาดเล็กบนใบหน้า กระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมผิวและสร้างใยคอลลาเจนขึ้นใหม่

    ข้อดีคือ เห็นผลชัดเจน ภายใน 2-3 ครั้ง ผิวส่วนที่ไม่มีหลุมขาวและมีสุขภาพดีขึ้น แต่จำเป็นต้องใช้ยาชาทาเฉพาะที่หรือฉีดยาชาร่วมด้วย หน้าแดง 2-3 วัน
    ควรทำร่วมกับการตัดหลุมสิวในคนที่มีหลุมลึก





    5.การรักษาด้วยการฉีดยา เป็นการรักษาเฉพาะที่ได้แก่การฉีดยาประเภทเสตียรอยด์ ลงบนรอยแผลโดยตรงใช้กับการรักษาแผลเป็นประเภทคีลอยด์หรือแผลเป็นนูน
    หรือใช้ยาหรือสารที่คล้ายคอลลาเจน
    [Filler]เติมเต็มลงใต้แผลที่เป็นหลุมลึกทำให้แผลนูนขึ้นเสมอผิวปกติ
    ข้อดี
    คือรวดเร็ว เจ็บน้อย ราคาขึ้นอยู่กับสารที่ใช้เติม




    6.การรักษาด้วยเลเซอร์

    เป็นการกระตุ้นผิวให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและผิวใหม่ด้วยเลเซอร์ เป็นที่นิยมมากในปัจจุบันเนื่องจากเห็นผลเร็ว การเลือกใช้เลเซอร์ขึ้นกับสภาพปัญหาของผู้ป่วยเป็นหลักโดยการรักษาควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจว่าเลเซอร์ชนิดใดเหมาะสมที่สุด
    การรักษาด้วยเลเซอร์มักต้องทำหลายครั้งหากมีแผลเป็นจำนวนมากและลึก
    * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • ลอความอ้วน 15 นาที
    ลดความอ้วน โดยการใช้ยา
    * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • นวดหน้าเพื่อการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและผ่อนคลาย 45 นาที
    นวดหน้าเพื่อการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและผ่อนคลาย การนวดหน้าเพื่อการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและผ่อนคลายด้วย Iontophoresis

    Iontophoresis คือ การใช้เครื่องมือที่มีกระแสไฟฟ้าขนาดต่ำ ๆช่วยปล่อยประจุไฟฟ้าแบบอ่อนๆไปที่ผิวหนัง เพื่อให้เป็นตัวนำยาหรือสารที่เป็นประโยชน์ที่ทาลงบนผิวเช่น วิตามินต่างๆ เช่นวิตามินซี, วิตามินเอ, CoenZyme Q10, กรดไฮยาลูโรนิก ฯลฯ ให้ซึมลงลึกสู่ชั้นผิวหนังด้านล่าง ทำให้สารข้างต้นออกฤทธิ์ได้โดยตรงและมีประสิทธิภาพ เพราะการที่ทาครีมลงที่ผิวหนังตามปกตินั้นครีมจะซึมลงสู่ผิวได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น จึงมีการนำเอาวิธี iontophoresis มาเป็นตัวช่วยในการรักษาฝ้า, กระ, รอยดำต่าง ๆ เช่นรอยดำจากแผลของสิว หรือแก้ไขผิวหน้าที่หมองคล้ำ โดยแพทย์จะเลือกสารหรือยาที่เหมาะสมให้แก่ผู้ที่มารับการรักษาแต่ละราย ซึ่งยาที่แพทย์ใช้จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวพรรณของแต่ละบุคคล
    * ปรึกษาฟรี จองเลย
  • * - นี่เป็นราคาเริ่มต้น กรุณาตรวจสอบกับทางร้านอีกครั้ง
MAP
Floor 3F, The Mall Ngamwongwan Department Store (Plaza Zone, near front corner)
เวลาให้บริการ
  • จันทร์ 10:30 - 20:30
  • อังคาร 10:30 - 20:30
  • พุธ 10:30 - 20:30
  • พฤหัสบดี 10:30 - 20:30
  • ศุกร์ 10:30 - 20:30
  • เสาร์ 10:30 - 20:30
  • อาทิตย์ 10:30 - 20:30
ทีมงาน
Bhandit Wangvitayakun
manager
Bhandit Wangvitayakun
Karatpet Wangvitayakun
manager
Karatpet Wangvitayakun
บันทึก
รายละเอียดราคาในการใช้บริการยกกระชับหรือบำรุงฟื้นฟูใบหน้าจะประเมินจากเจ้าหน้าที่ของ คลินิกสนามบินน้ำ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน โดยทาง bookup.asia ไม่มีค่าบริการในการจองหรือใช้บริการจากทาง คลินิกสนามบินน้ำ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน แต่อย่างใด และค่าใช้บริการของ คลินิกสนามบินน้ำ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน อาจขึ้นอยู่กับปริมาณหรือความซับซ้อนทางเทคนิคในการใช้บริการ และส่วนลดและโปรโมชั่น ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและเงื่อนไขของ คลินิกสนามบินน้ำ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน เท่านั้น
ประวัติคุณหมอ
คลินิกสนามบินน้ำ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน ประกาศนียบัตร American Board of Anti Aging and Regenerative Medicine
Master Course Training in Botulinum Toxin & Fillers injection
Master course Training in Thread Lift from Korea KCCS
etc.
ความคิดเห็น เขียนรีวิวของคุณ
แดเนียล ดีเซล
13 ต.ค. 2016
@ คลินิกสนามบินน้ำ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน
Perfect shop! Really Great!
น.ส.วนาลี อ่อนนุ่ม
15 มิ.ย. 2016
@ กำจัดขนด้วยแสง LHE
อยากกำจัดขนขาถาวรค่ะขนหน้าแข้งเยอะมากมีโปรยังไงมั่งคะ
วิชากร
19 มิ.ย. 2015
@ โบท็อก 50 ยูนิต
บริการดีมากค่ะ แนะนำที่นี้เลยค่ะ
ขึ้นบนสุด
ขึ้นบนสุด
รับคำปรึกษา